สภาพสังคมที่สลับซับซ้อนขึ้นมากนั้นทำให้เรามีชีวิตอยู่ในสังคมที่มีมิติมากขึ้น ชีวิตที่เรียบง่ายดูจะห่างไกลจากชีวิตปัจจุบันเข้าไปทุกที ความพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เฉพาะหน้าของมนุษย์เราถูกท้าทายขึ้นทุกวัน และคงมีหลายสถานการณ์ที่เกินความสามารถในการปรับตัวของเรา นำมาซึ่งสถานภาพทางอารมณ์ที่ไม่เสถียร หรืออาจจะเรียกว่าอารมณ์ที่แปรปรวน หรือเรียกแบบชาวบ้านว่า ไม่สบอารมณ์

ก่อนที่จะต้อนรับเพื่อนๆเข้าสู่บทความนี้ ขอให้เพื่อนๆวางมุมมองทางวิทยาศาสตร์ แพทยศาสตร์ที่เคยเรียน เคยรู้ลงก่อน สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้แม้จะไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยการทำการทดลองในห้องแล็บ หรือได้ผลวิจัยออกมาเป็นสถิติยาวเหยียด กระนั้นมันก็เต็มไปด้วยหลักตรรกะเหตุผล คละเคล้าไปด้วยมุมมองทางปรัชญา วัฒนธรรมการใช้ชีวิตแบบจีนที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานหลายพันปี

อวัยวะที่กล่าวถึงทั้งหมดในที่นี้เป็นอวัยวะที่อ้างถึงในหลักการของแพทย์แผนจีนเท่านั้น ทั้งทางกายภาพและการทำงานนั้นไม่เหมือนกับวิชากายวิภาคที่เราเคยเรียนกันมา ก็ขอให้รับทราบกันตรงนี้นะครับ

ศาสตร์โหงวเฮ้ง หรือ อู่สิง (五行) หรือธาตุทั้งห้านี้ เป็นทฤษฎีเก่าแก่ของจีน ในทางการแพทย์จีนเชื่อว่านอกจากหยินและหยางจะควบคุมและเป็นส่วนประกอบของสรรพสิ่งในจักรวาลแล้ว สรรพสิ่งยังประกอบด้วยธาตุทั้งห้า คือ ไม้ ไฟ ดิน ทอง และ น้ำ มนุษย์เราเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลจึงมีลักษณะของธาตุทั้งห้านี้อยู่ในร่างกายอย่างมีกฎเกณฑ์แน่นอน โดยไม้แทนอวัยวะตับ ไฟแทนหัวใจ ดินแทนม้าม ทองแทนปอด และน้ำแทนไต

.

.

.

.

.

.

ลักษณะของธาตุทั้งห้านี้จะมีความสัมพันธ์ที่แน่นอน คือ การสร้างและการข่ม ตามรูปลูกศรเส้นสีฟ้าคือการสร้าง ส่วนเส้นสีแดงคือการข่ม โดยวงกลมสีฟ้าแทนไม้หรือตับ สีแดงแทนไฟหรือหัวใจ สีทองแทนดินหรือม้าม สีขาวแทนทองหรือปอด และสีดำแทนน้ำหรือไต ยกตัวอย่างเช่น ตับเป็นผู้สร้างหัวใจ ขณะเดียวกันก็คอยข่มม้ามไว้ นี่คือสภาพปกติในร่างกายคนที